คิดหัวข้องานวิจัย วิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับ COVID-19 อย่างไรดี?

คิดหัวข้องานวิจัย วิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับ COVID-19 อย่างไรดี?
“การเริ่มต้นยากเสมอ” โดยเฉพาะผู้ที่กำลังคิดหัวข้อในการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ การศึกษาอิสระ ที่จะไปนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา โดยเฉพาะในช่วงนี้ มักจะมีคีย์เวิร์ดเพิ่มเติม อย่างคำว่า “COVID-19″ หรือ “โควิด-19” สอดแทรกไปอยู่ในหัวข้องานวิจัยด้วย โดยเฉพาะหัวข้อวิจัยของ บริหารธุรกิจ ใน ระดับปริญญาโท (MBA) และ ปริญญาเอก (DBA) ดู สำหรับใครที่ยังนึกหัวข้อไม่ออก ลองอ่านบทความนี้จาก Beary Research ให้จบ อาจจะพบแนวทาง ปิ๊ง หัวข้องานวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ดี ๆ เด็ด ๆ ให้ไปนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษาได้

ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนคิดหัวข้อ
แต่ก่อนจะมาคิด หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า COVID-19 สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค โดยข้อมูลจาก เว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ ที่อ้างอิงผลการศึกษาจากรายงานของ ไอดีซี คอนซูเมอร์ ดีไวซ์ เซอร์เวย์ เปิดเผยว่า
การแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 (โควิด-19) มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ดังนั้น การคิด หัวข้อวิจัย หรือหัวข้อวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับ COVID-19 อาจมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจ ตลอดจนพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ บนโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นชัดเจน นอกจากนี้ ผลสำรวจ ยังพบว่า 49% ของผู้บริโภคที่กำลังวางแผนที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านช่องทางออฟไลน์ เปลี่ยนใจไปซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์แทน โดยมีเหตุผล 2-3 อย่าง เช่น มีราคาที่ถูกกว่า ความสะดวก และระบบการจ่ายเงินแบบไร้สัมผัส การสั่งซื้อจอมอนิเตอร์ ถูกกระตุ้นจากภาวะโรคระบาดที่เกิดขึ้น เป็นต้น
เว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ
นอกจากนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลและประเมินการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าในแต่ละอุตสาหกรรมเปรียบเทียบในช่วงก่อนและหลังจากการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เมื่อปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ โดยแบ่งตามกลุ่มช่วงอายุของผู้บริโภค พบว่ามีพฤติกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งอาจนำมาปรับเป็น หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ได้ใน 3 ประเด็น ดังนี้
Designed by @Freepik
คิดหัวข้อจากความแตกต่างของพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงก่อน/หลัง ล็อกดาวน์
1.พฤติกรรมของผู้บริโภคในภาพรวมทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ในภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีการปรับลดลงต่ำสุดในช่วงเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากมีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ และทยอยฟื้นตัวตามการคลายล็อกดาวน์แต่ละเฟส เช่น ช่วงการคลายล็อกดาวน์เฟส 2 (เดือนพฤษภาคม 2563) การจับจ่ายใช้สอยสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค มีการฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ช่วงเฟส 4 (เดือนมิถุนายน) การจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มร้านอาหาร กลุ่มบันเทิงและนันทนาการ ก็เริ่มทยอยฟื้นตัวกลับมาเป็นลำดับ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของผู้บริโภคด้านประกันภัย และการรักษาพยาบาล กลับเป็น 2 กลุ่มที่ยอดการใช้จ่ายมีการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงปกติ
จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงที่ล็อกดาวน์และคลายล็อกดาวน์ ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 นั้น สามารถนำมาปรับเป็นการศึกษา โดยกำหนดเป็น หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ได้ เช่น การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า (สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้ากลุ่มร้านอาหาร กลุ่มบันเทิงและนันทนาการ กลุ่มประกันภัย หรือการรักษาพยาบาล) ในช่วงก่อน (หรือหลังล็อกดาวน์) ในพื้นที่…………. ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 หรืออาจศึกษา หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในมุมผู้ประกอบการแต่ละอุตสาหกรรมก็ได้ โดยพยายามเน้นเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ยกตัวอย่าง อุตสาหกรรมร้านอาหาร ในพื้นที่……. ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 อย่าศึกษาเพียงร้านใดร้านหนึ่ง เป็นต้น
Designed by @Freepik
คิดหัวข้อจากการให้บริการต่าง ๆ ในช่วง COVID-19
2.พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ในช่วงก่อนและหลังล็อกดาวน์ หากพิจารณาเฉพาะยอดการใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ พบว่า การจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าและเครื่องใช้ในครัวเรือนมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงล็อกดาวน์ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563) ที่มียอดการซื้อของออนไลน์ในกลุ่มนี้สูงมากหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนล็อกดาวน์ นอกจากสินค้าในครัวเรือนแล้ว การขนส่งผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการเดลิเวอรี่ หรือขนส่งผู้โดยสาร ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการบริโภคสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดการใช้จ่ายเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งพฤติกรรมการใช้จ่ายทั้งสองกลุ่มนี้ ยังคงเติบโตในอัตราสูงแม้ผ่านช่วงคลายล็อกดาวน์ไป
จะเห็นได้ว่าธุรกิจการขนส่งในช่วงตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นั้น มีการเติบโตมากขึ้น เนื่องมาจากความจำเป็นที่จะต้องรักษาระยะห่าง ประกอบกับผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ผู้สนใจจึงสามารถนำมาใช้ออกแบบ หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 จากข้อมูลดังกล่าวได้ เช่น ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการขนส่งสินค้าผ่านออนไลน์ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 เป็นต้น
Designed by @Freepik
คิดหัวข้อจากพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงอายุ
3.กลุ่มช่วงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงในการบริโภคออนไลน์มากที่สุด หากพิจารณาผู้บริโภคตามกลุ่มอายุ พบว่า ผู้บริโภคในกลุ่มอายุต่ำกว่า 30 ปี มีแนวโน้มในการซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงล็อกดาวน์ และมีอัตราการซื้อของในระดับคงตัวแม้ผ่านช่วงล็อกดาวน์ไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปีที่มีการการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มอายุ 31-50 ปี มีลักษณะการซื้อของออนไลน์คล้ายคลึงกัน คือเพิ่มขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ แต่กลับมาหดตัวในช่วงหลังคลายล็อกดาวน์ตามรายได้เฉลี่ยที่หดตัวลง ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยลดการบริโภคผ่านทางช่องทางออนไลน์ในตลอดช่วงล็อกดาวน์และช่วงหลังคลายล็อกดาวน์
จากข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับการนำมาปรับใช้กับการ หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ได้หลายมิติ เช่น ทางด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงอายุต่าง ๆ กลยุทธ์ทางการตลาด การยอมรับเทคโนโลยี หรือการจัดการ ซึ่งล้วนแต่นำมาใช้ทำวิจัยและวิทยานิพนธ์ได้ทั้งสิ้น
Designed by @Freepik
ถ้ายังคิดหัวข้อไม่ออก ลองให้เราช่วยดีไหม?
ที่ยกตัวอย่างมานั้น เป็นแค่ไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการคิด หัวข้อการวิจัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ซึ่งในความเป็นจริง เราอาจต้องมาดูต่ออีกว่า ผู้วิจัยสามารถเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูลได้หรือไม่ หัวข้อที่คิดมีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร ซึ่งหากใครที่ยังคิดไม่ออกจริง ๆ ให้พวกเรา ทีมนักวิชาการจาก แบรี่ รีเสิร์ช (Beary Researh) ช่วยได้ โดยพวกเราให้บริการ รับจ้าง เป็นที่ปรึกษา รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ IS การศึกษาอิสระ หรือผู้ช่วย ทำแบบสอบถาม รับคีย์แบบสอบถาม การวิเคราะห์และประมวลผลทางสถิติ โดยใช้โปรแกรม SPSS AMOS EVIEWS วิเคราะห์ SEM Factor Analysis การจัดรูปเล่มงานวิจัย การเขียนบทความวิจัย ทำ Presentation หาเวทีการนำเสนองาน Conference ต่าง ๆ
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

งานวิจัยเผย : คนที่ทำตัวแปลกๆ หาแฟนง่ายกว่าคนธรรมดา

งานวิจัยเผย : คนที่ทำตัวแปลกๆ หาแฟนง่ายกว่าคนธรรมดา

จากการศึกษางานวิจัยเผยว่า คนที่ทำตัวแปลกๆหรือทำตัวประหลาดแตกต่างจากคนปกติ หรือคนที่มีคาแร็คเตอร์แปลกประหลาดแบบธรรมชาติของเขาเอง สามารถสร้างแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้าม และทำให้มีโอกาสหาแฟนหรือคนรู้ใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ใครที่โสดมานานแล้วอยากสละโสด คงจะได้ฤกษ์สละโสดเร็วๆนี้แล้ว . ซึ่งผลวิจัยดังกล่าวข้างต้น อ้างอิงจากวารสารว่าด้วยบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม (Personality and Social Psychology Bulletin) ของสหรัฐอเมริกา เป็นการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิง จากการเลือกเพศตรงข้ามที่สนใจผ่านเว็บไซต์หาคู่เดทออนไลน์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงต่างถูกใจในผู้ที่มีความแปลกกว่าคนทั่วไป ทั้งในเรื่องสไตล์เสื้อผ้า การแต่งตัว รสนิยม และทัศนคติ . บางท่านอาจสงสัยว่า

งานวิจัยเผย : ฝนตกทำให้คนเหงา เป็นเรื่องจริงไม่ได้มโนไปเอง

งานวิจัยเผย : ฝนตกทำให้คนเหงา เป็นเรื่องจริงไม่ได้มโนไปเอง

จากการศึกษาเรื่อง ทำไมฝนตกแล้วต้องเหงา หรือผลกระทบจากสภาพอากาศต่อสภาพจิตใจในเชิงวิทยาศาสตร์และจิตวิทยานั้นพบว่า ในช่วงที่ฝนตก สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่ลดต่ำลง และแสงสว่างที่ลดน้อยลง ซึ่งอธิบายให้เห็นภาพที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของแสงสว่างที่ลดน้อยลงในวันที่ฝนตก เพราะร่างกายของมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ที่คอยกำหนดการทำงานของสมองและร่างกายในแต่ละช่วงของวัน . ซึ่งแสงส่งผลได้อย่างชัดเจน สามารถนึกถึงอารมณ์เวลาที่ตื่นมาในวันที่มีแสงแดดแรง ท้องฟ้าสดใส และไม่ร้อนจนเกินไป กับวันที่ตื่นมาแล้วท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม อารมณ์ความรู้สึกในวันนั้นก็แตกต่างกันไม่น้อย ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล เพราะการได้รับแสงแดดที่ไม่เพียงพอหรือน้อยลงในตอนเช้าส่งผลต่อการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ต่อเนื่องไปยังสมอง ทำให้สมองผลิตเซโรโทนิน

งานวิจัยเผย : วัยรุ่นที่มีแฟนเป็นซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่โสด

งานวิจัยเผย : วัยรุ่นที่มีแฟนเป็นซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่โสด

วัยรุ่นวัยใสที่ยังไม่มีแฟนหรือแทบจะไม่ได้ไปออกเดทกับใครเขา มักถูกมองว่าขาดเสน่ห์หรือเข้าสังคมได้ไม่ดีนัก แต่ในขณะที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมวัยรุ่นในสหรัฐฯ เชื่อกันมานานว่า วัยรุ่นที่มีคู่คบหาดูใจจะมีโอกาสพัฒนาทักษะทางสังคมและวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ดีกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน แต่แล้วความเชื่อนี้กำลังจะเปลี่ยนไป . เนื่องจากทีมนักวิจัยด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียของสหรัฐฯ ได้มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร “สุขภาพในโรงเรียน” (Journal of School Health) โดยระบุว่า ผลการติดตามเก็บข้อมูลระยะยาวเป็นเวลา 7 ปีกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียน ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ชี้ว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้คบหาเป็นแฟนกับใครและไม่ค่อยได้ออกเดทนั้น ไม่ได้มีพัฒนาการทางจิตวิทยาตามวัยด้อยไปกว่าเพื่อนที่มีแฟน หนำซ้ำยังมีทักษะทางสังคมที่ดีกว่า และมีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าด้วย

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน . เนื่องจากการสำรวจพฤติกรรมการรับสื่อและทัศนคติต่อการรับชมโฆษณา-แคมเปญการตลาดของผู้บริโภคชาวไทยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทางบริษัท นีลเส็น มีเดีย ประเทศไทย หนึ่งในบริษัทวิจัยสื่อ-การตลาดรายใหญ่ สามารถประมวลเป็นเทรนด์สำคัญที่จะส่งผลกับการสื่อสารและทำการตลาดของภาคธุรกิจในปี 2566 นี้ . พบว่า ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน และ 61% เลือกซื้อสินค้าที่เป็นสปอนเซอร์การแข่งขัน รวมถึง