สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Screenshot 2563-04-15 at 08.19.37.png

การทบทวนวรรณกรรม คือ การสรุปโดยย่อ วิเคราะห์ และเรียบเรียงผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่คุณต้องการทำวิจัยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการทบทวนวรรณกรรมนั้นจะทำให้เกิดความเข้าใจในหัวข้อที่คุณต้องการทำวิจัยมากขึ้น และทราบถึงผลการวิจัยที่ผู้รู้ทางสาขานี้ได้เคยทำไว้ก่อนแล้ว จุดประสงค์หลักคือการหาช่องว่างความรู้ในสาขาเฉพาะของคุณ จะเป็นการเปล่าประโยชน์ ถ้าจะทำวิจัยในสิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ในวงการของคุณอยู่แล้วถึงผลของการวิจัยนั้นๆ แก่นของการทำวิจัยคือการค้นคว้าหาคำตอบของคำถามที่ไม่เคยมีผู้ใดค้นพบ โดยเฉพาะผู้ที่ทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกจำเป็นจะต้องทำการทบทวนวรรณกรรมอย่างรอบคอบ เพราะหัวข้อของคุณต้องเป็นการวิจัยที่ไม่มีผู้ใดเคยทำมาก่อน อีกทั้งต้องอธิบายว่าสาขาความรู้นั้นๆจะได้ประโยชน์อย่างไรจากผลวิจัยที่กำลังจะปฏิบัติ

ตามหลักการแล้ว Literature Review คือการค้นหา สรุปย่อ และวิเคราะห์ผลการวิจัยของผู้อื่นที่เคยได้ทำวิจัยและถูกตีพิมพ์ในหัวข้อที่เกี่ยวเนื่องกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ของเรา

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

  • กำหนดปัญหา ในกำหนดขอบเขตของการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนให้รู้ว่าต้องการศึกษาในประเด็นอะไรบ้างเพื่อการค้นหาเอกสารต่างๆจะได้แคบลง
  • ค้นหาแหล่งข้อมูล ดูว่ามีแหล่งข้อมูลและสารสนเทศใดบ้างที่เกี่ยวข้องเช่นหนังสือตำราวารสารวิทยานิพนธ์งานวิจัยและแหล่งข้อมูลอื่นๆ
  • เลือกวรรณกรรมที่จะศึกษา เลือกเฉพาะวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ทำการศึกษาวิจัยควรเลือกวรรณกรรมใหม่ๆเพื่อไม่ให้ข้อมูลล้าสมัยแต่ไม่ควรละเลยงานเก่าที่เป็นงานคลาสสิกของแต่ละสาขาโดยเฉพาะการวิจัยที่ใช้วิธีการวิเคราะห์อภิมานจะมีประโยชน์มากการวิเคราะห์อภิมานเป็นการวิจัยที่ใช้ข้อมูลแต่ละชิ้นด้วยว่ามีความถูกต้องน่าเชื่อถือเพียงใด
  • การอ่านวรรณกรรม ผู้วิจัยไม่ควรอ่านเฉพาะบทคัดย่อบทสรุปหรือบทนำเท่านั้นแต่ควรอ่านวรรณกรรมทั้งหมดเพื่อให้เข้าใจชัดเจนจดรายละเอียดของการศึกษาแต่ละเรื่องทางวิธีการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ทฤษฎีข้อค้นพบรวมทั้งตัวบรรณานุกรมที่ผู้วิจัยใช้อ้างอิงด้วยบรรณานุกรมอาจให้ตัวอย่างงานอื่นๆที่น่าสนใจ
  • จำนวนวรรณกรรม ไม่มีข้อกำหนดว่าผู้วิจัยจะต้องทบทวนวรรณกรรมกี่เรื่องการวิจัยที่เสนอในรูปของบทความอาจทบทวนวรรณกรรมที่สำคัญไม่กี่เรื่องในขณะที่งานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์อาจต้องทบทวนวรรณกรรมอย่างน้อย 50 เรื่อง
  • การเขียนรายงานทบทวนวรรณกรรม ผู้วิจัยจะต้องเสนอผลของการทบทวนวรรณกรรมในงานวิจัยของผู้วิจัยเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงความก้าวหน้าและประเด็นที่สำคัญในเรื่องที่ทำการศึกษาวิจัยการทบทวนวรรณกรรมจะต้องอธิบายและสังเคราะห์งานของผู้อื่นได้อย่างเป็นระบบ
  • การรวบรวบบรรณานุกรม ผู้วิจัยควรทำบรรณานุกรมของงานวิจัยแต่ละเรื่องไปพร้อมกับการอ่านงานวิจัยนั้นการกลับมาทำบรรณานุกรมภายหลังจึงปัญหามากเช่นหางานชิ้นนั้นไม่พบหรือจำไม่ได้ว่าข้อความที่อ้างอิงนำมาจากส่วนใดหรือจากงานชิ้นใดบ้างเป็นต้น

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

การงีบช่วงกลางวัน ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้นจริงหรือไม่? 😴🧠

ไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ: เมื่อการงีบ 20 นาที คือการอัปเกรด “CPU สมอง” ให้พร้อมลุยต่อ ในโลกการทำงานที่เน้นความโปร่งใสและประสิทธิภาพ หลายวัฒนธรรมเคยตราหน้าการงีบกลางวันว่าเป็นสัญญาณของความเฉื่อยชา แต่ทว่างานวิจัยด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) และการนอนหลับในทศวรรษที่ผ่านมากลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม การงีบอย่างถูกจังหวะและถูกวิธีคือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มทั้งสมาธิ ความจำ และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ 🔍 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการงีบ: ทำไมสมองถึงต้องการ “พักยก”? 🔎 📍 1. สอดประสานกับนาฬิกาชีวิต (Circadian

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠 มากกว่าแค่การไม่มีเสียง: เมื่อความสงัดคือปุ่ม “Regenerate” ของเซลล์สมอง ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ตั้งแต่เสียงการจราจรไปจนถึงการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ดังขัดจังหวะเราตลอดวัน สมองของเราต้องทำงานหนักในโหมด “เฝ้าระวัง” แทบจะตลอดเวลา นักประสาทวิทยารุ่นใหม่เริ่มค้นพบหลักฐานที่น่าทึ่งว่า ความเงียบ (Silence) ไม่ใช่แค่สภาวะหยุดพักชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างสมองขึ้นมาใหม่ 🔍 เจาะลึก 4 กลไก: ความเงียบทำหน้าที่อะไรกับสมองเรา?

ทำไมบางเพลงถึงติดอยู่ในหัวเราได้นาน? 🎵🧠

ถอดรหัส Earworm: เมื่อสมอง “เล่นแผ่นซ้ำ” ในสภาวะ Involuntary Musical Imagery (INMI) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอสถานการณ์ที่ท่อนฮุกสั้นๆ ของเพลงโฆษณาหรือเพลงฮิต วนเวียนอยู่ในหัวทั้งวันจนสลัดไม่ออก ปรากฏการณ์นี้ทางจิตวิทยาเรียกว่า Earworm หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Involuntary Musical Imagery (INMI) ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการที่สมองส่วนประมวลผลเสียงทำงานร่วมกับระบบความจำอย่างซับซ้อน 🔍 4 ปัจจัยที่ทำให้เพลง “ฝังตัว”

AI สร้างงานวิจัยได้… แต่สร้าง “ความเข้าใจ” ไม่ได้ 🧠

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้ AI ในงานวิจัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่การสรุปวรรณกรรม (Literature Review) การสร้างแบบสอบถาม ไปจนถึงการวิเคราะห์สถิติที่เสร็จสิ้นในไม่กี่นาที สิ่งเหล่านี้เพิ่ม “ความเร็ว” ในการทำงานอย่างมหาศาล แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้การันตีว่า “คุณภาพของความเข้าใจ” จะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป ข้อจำกัดของการตีความ: AI รู้ว่า “เกิดอะไร” แต่ไม่รู้ว่า “ทำไม” 🔍 ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ใช่ความสามารถในการประมวลผล