- การเขียนโครงการวิจัย โครงการวิจัยหรือโครงร่างการวิจัย (Research Proposal) มีความสำคัญในการวิจัย เป็นการกำหนดแผนว่าจะทำวิจัย ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
– ชื่อเรื่อง การตั้งชื่อควรใช้ภาษาง่าย ๆ และใช้ประโยคที่ได้ใจความสมบูรณ์ชัดเจน
– ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เขียนในลักษณะของความเรียงโดยบรรยายที่มาของปัญหาที่ต้องการจะทำวิจัยนั้น และมีแรงจูงใจอย่างไรบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ทำการวิจัยต้องการจะวิจัยปัญหานี้ รวมทั้งประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับด้วย
– วัตถุประสงค์ของการวิจัย เขียนระบุให้ชัดเจนเป็นข้อ ๆ ว่า ผู้วิจัยต้องการทราบอะไร
– สมมติฐานในการวิจัย (ถ้ามี)
– ขอบเขตการวิจัย เป็นการกำหนดขอบเขตของปัญหาที่ทำการวิจัยว่ากว้างหรือแคบเพียงใด โดยทั่วไปมักกำหนดขอบเขตในเรื่องเวลา สถานที่และกลุ่มตัวอย่าง
– ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการวิจัย เป็นการบอกว่างานวิจัยจะให้ประโยชน์ในแง่ใด เช่น แง่การบริหาร การวางแผน การนำผลการวิจัยไปใช้ ควรระบุเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน
– นิยามศัพท์หรือคำจำกัดความที่ใช้ในการวิจัย เป็นการเขียนความหมายเฉพาะในการวิจัยที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นมา ไม่ได้เป็นความหมายในพจนานุกรมแต่อย่างใด
– เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เขียนเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในลักษณะผสมผสาน
-วิธีดำเนินการวิจัย กล่าวถึงการวิจัยโดยสรุปครอบคลุม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
– บรรณานุกรม

5 บทในงานวิจัยที่นักศึกษาชอบพลาดที่สุด (และวิธีแก้แบบง่ายแต่ได้ผลจริง)
แม้งานวิจัยจะมีโครงสร้างเหมือนกัน แต่มี 5 บทที่นักศึกษามักทำผิดบ่อยที่สุด ซึ่งทำให้ต้องแก้ซ้ำหลายรอบ บทความนี้สรุปบทที่พลาดง่ายและวิธีแก้แบบไม่ซับซ้อน 1) บทที่ 1 – ความสำคัญของปัญหาไม่ชัดเจน หลายคนเขียนกว้างเกินไป ควรเริ่มจากตัวเลขหรือข้อมูลจริง เช่น สถิติ หรือผลสำรวจ เพื่อให้เห็นภาพว่าปัญหานั้นมีผลกระทบจริง 2) บทที่ 2 – Literature Review ไม่เชื่อมโยงกัน อย่ารวมบทความแบบตัดแปะ


