2ประเภทของการวิจัยทางธุรกิจ

การวิจัยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นการวิจัยที่ศึกษาทางด้านกายภาพ อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีเทคนิคเฉพาะ มีความเชื่อในสิ่งที่เป็นธรรมชาติอย่างมีเหตุมีผล ประกอบด้วยวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อาจจะมีทั้งการวิจัยเชิงพรรณนาและการวิจัยเชิงทดลอง
  2. การวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ เป็นการวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์และสังคม ทำให้การวิจัยประเภทนี้มีอย่างกว้างขวางและค่อนข้างยืดหยุ่น เนื่องจากมีข้อจำกัดหรือข้อยกเว้นในบางกรณี จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยในการควบคุมกระบวนการในการวิจัยในแต่ละขั้นตอน โดยองค์การ UNESCO แบ่งการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ ออกเป็น 5 สาขาใหญ่ ๆ คือ
    2.1 มนุษย์ศาสตร์ ได้แก่ วิชาโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ บรรณารักษ์ศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา ศาสนศาสตร์ อักษรศาสตร์
    2.2 การศึกษา ได้แก่ วิชาทางการศึกษา พลศึกษา
    2.3 วิจิตรศิลป์ ได้แก่ วิชาทางสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม การวาดภาพ วาทศิลป์ การละคร
    2.4 สังคมศาสตร์ ได้แก่ วิชาการธนาคาร พาณิชศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วารสารศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ สถิติ
    2.5 นิติศาสตร์ ได้แก่ วิชาเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ
    นอกจากนี้อาจจะแบ่งตาม ระเบียบวิธีวิจัย เป็นวิธีการเพื่อการได้มาซึ่งคำตอบหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ข้อความรู้ใหม่โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนมีระบบการตรวจสอบเพื่อสามารถอธิบายผลที่ได้อย่างมีเหตุมีผล น่าเชื่อถือนำไปใช้อ้างอิงได้

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠 มากกว่าแค่การไม่มีเสียง: เมื่อความสงัดคือปุ่ม “Regenerate” ของเซลล์สมอง ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ตั้งแต่เสียงการจราจรไปจนถึงการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ดังขัดจังหวะเราตลอดวัน สมองของเราต้องทำงานหนักในโหมด “เฝ้าระวัง” แทบจะตลอดเวลา นักประสาทวิทยารุ่นใหม่เริ่มค้นพบหลักฐานที่น่าทึ่งว่า ความเงียบ (Silence) ไม่ใช่แค่สภาวะหยุดพักชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างสมองขึ้นมาใหม่ 🔍 เจาะลึก 4 กลไก: ความเงียบทำหน้าที่อะไรกับสมองเรา?

ทำไมบางเพลงถึงติดอยู่ในหัวเราได้นาน? 🎵🧠

ถอดรหัส Earworm: เมื่อสมอง “เล่นแผ่นซ้ำ” ในสภาวะ Involuntary Musical Imagery (INMI) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอสถานการณ์ที่ท่อนฮุกสั้นๆ ของเพลงโฆษณาหรือเพลงฮิต วนเวียนอยู่ในหัวทั้งวันจนสลัดไม่ออก ปรากฏการณ์นี้ทางจิตวิทยาเรียกว่า Earworm หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Involuntary Musical Imagery (INMI) ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการที่สมองส่วนประมวลผลเสียงทำงานร่วมกับระบบความจำอย่างซับซ้อน 🔍 4 ปัจจัยที่ทำให้เพลง “ฝังตัว”

AI สร้างงานวิจัยได้… แต่สร้าง “ความเข้าใจ” ไม่ได้ 🧠

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้ AI ในงานวิจัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่การสรุปวรรณกรรม (Literature Review) การสร้างแบบสอบถาม ไปจนถึงการวิเคราะห์สถิติที่เสร็จสิ้นในไม่กี่นาที สิ่งเหล่านี้เพิ่ม “ความเร็ว” ในการทำงานอย่างมหาศาล แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้การันตีว่า “คุณภาพของความเข้าใจ” จะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป ข้อจำกัดของการตีความ: AI รู้ว่า “เกิดอะไร” แต่ไม่รู้ว่า “ทำไม” 🔍 ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ใช่ความสามารถในการประมวลผล

การงีบช่วงกลางวัน ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้นจริงหรือไม่? 😴🧠

ไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ: เมื่อการงีบ 20 นาที คือการอัปเกรด “CPU สมอง” ให้พร้อมลุยต่อ ในโลกการทำงานที่เน้นความโปร่งใสและประสิทธิภาพ หลายวัฒนธรรมเคยตราหน้าการงีบกลางวันว่าเป็นสัญญาณของความเฉื่อยชา แต่ทว่างานวิจัยด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) และการนอนหลับในทศวรรษที่ผ่านมากลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม การงีบอย่างถูกจังหวะและถูกวิธีคือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มทั้งสมาธิ ความจำ และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ 🔍 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการงีบ: ทำไมสมองถึงต้องการ “พักยก”? 🔎 📍 1. สอดประสานกับนาฬิกาชีวิต (Circadian