5 เทคนิคการตั้งชื่อเรื่องในการวิจัย

1. ตั้งจากความรู้ส่วนบุคคล
ผู้วิจัยหลายคุณที่เป็นนักศึกษาระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่แล้วจะมีความรู้ส่วนบุคคล มีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อจะทำการศึกษาต่อยอดในงานวิจัยในเรื่องที่เป็นความสนใจของตนเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล ที่คุณสามารถนำจุดเด่นนั้นมาประยุกต์ใช้ในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ได้
เช่น หากคุณศึกษาในสาขาการตลาด คุณควรโฟกัสเทคนิคทางการตลาดเฉพาะ มุ่งเน้นศึกษาจากทฤษฎี แนวคิด หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องในสาขาการตลาด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับความรู้ส่วนบุคคลในการศึกษา ต่อยอดงานวิจัยไปได้

  1. ตั้งจากสถานการณ์ปัจจุบัน
    สภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นประเด็นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาพสังคมหรือเศรษฐกิจในปัจจุบันที่สามารถหยิบยกมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิจัยต่อยอด และนำมาตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ได้
    การศึกษาวิจัยจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบันเหล่านี้ จะช่วยทำให้การศึกษา และการดำเนินการวิจัยได้ง่าย โดยเฉพาะหากสามารถใช้ทฤษฎี แนวคิดจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมารองรับเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จะทำให้ผลงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบันดังกล่าวนี้ มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อผู้วิจัยคุณอื่น ที่สนใจจะทำการศึกษาต่อยอดไปอีกได้
  2. ตั้งจากข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
    นอกเหนือจากการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัยจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว การศึกษาต่อยอดงานวิจัยจากข้อเสนอแนะของงานวิจัยเล่มอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้วิจัยสนใจได้เช่นกัน
    ข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นการเรียบเรียงข้อสรุปและข้อคิดเห็นจากผู้วิจัยผลงานวิจัยเล่มดังกล่าว เพื่อให้ผู้ที่สนใจ หรือกำลังจะทำการศึกษาวิจัยในครั้งต่อไปทราบว่าควรศึกษาหัวข้อใด ประเด็นใด ควรใช้ตัวแปรใด จะทำให้ทราบแนวทางและสามารถนำประเด็นดังกล่าวที่ได้จากข้อเสนอแนะในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องนั้นมาตั้งเป็นตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย เพื่อศึกษาต่อยอดจากงานวิจัยเล่มดังกล่าวได้
    การที่นำข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาตั้งประเด็นปัญหาในงานวิจัยนี้มีข้อดีคือ คุณสามารถอ้างอิงตัวแปรที่มาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสังเคราะห์เรียบเรียงเป็นเนื้อหาที่จะใช้ในการทำงานวิจัยได้ ซึ่งจะทำให้ประหยัดระยะเวลาที่จะใช้ในการสืบค้นข้อมูล การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้ง่ายขึ้น
  3. ตั้งจากบทความวิชาการ
    การนำบทความวิชาการมาใช้ในการตั้งหัวข้องานวิจัย ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบทความวิชาการในปัจจุบันจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับประเด็นที่ทันสมัย โดยเฉพาะหัวข้อเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งสามารถนำบทความที่เกี่ยวกับกระแสนิยมเหล่านี้มาศึกษาและพัฒนาต่อยอดเป็นหัวข้องานวิจัย ที่จะใช้ในการศึกษาวิจัยได้
    โดยเฉพาะการพัฒนาให้หัวข้อบทความดังกล่าว จะทำให้ผู้วิจัยได้รับประโยชน์ในเรื่องการกำหนดขอบเขตตัวแปร หรือองค์ประกอบที่จะใช้ในการกำหนดกรอบแนวคิด ที่จะใช้การศึกษาวิจัยเล่มดังกล่าวได้ จะทำให้คุณประหยัดระยะเวลาในการสังเคราะห์ตัวแปร หรือกรอบแนวคิดในการวิจัยได้เป็นอย่างมาก
  4. ตั้งจากคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา
    นอกจากไอเดียทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว การขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้นำไปตั้งเป็นตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัยได้โดยง่าย
    เนื่องจากอาจารย์ที่ปรึกษานั้นมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่ผู้วิจัยศึกษาอยู่แล้ว จึงมีองค์ความรู้ที่จะทำให้มีไอเดียในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ที่น่าสนใจได้ และไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
    หากคุณสามารถนำข้อมูลดังกล่าวเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ได้ ก็จะทำให้การทำงานวิจัยของคุณนั้นประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

งานวิจัยเผย : คนที่ทำตัวแปลกๆ หาแฟนง่ายกว่าคนธรรมดา

งานวิจัยเผย : คนที่ทำตัวแปลกๆ หาแฟนง่ายกว่าคนธรรมดา

จากการศึกษางานวิจัยเผยว่า คนที่ทำตัวแปลกๆหรือทำตัวประหลาดแตกต่างจากคนปกติ หรือคนที่มีคาแร็คเตอร์แปลกประหลาดแบบธรรมชาติของเขาเอง สามารถสร้างแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้าม และทำให้มีโอกาสหาแฟนหรือคนรู้ใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ใครที่โสดมานานแล้วอยากสละโสด คงจะได้ฤกษ์สละโสดเร็วๆนี้แล้ว . ซึ่งผลวิจัยดังกล่าวข้างต้น อ้างอิงจากวารสารว่าด้วยบุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม (Personality and Social Psychology Bulletin) ของสหรัฐอเมริกา เป็นการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิง จากการเลือกเพศตรงข้ามที่สนใจผ่านเว็บไซต์หาคู่เดทออนไลน์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงต่างถูกใจในผู้ที่มีความแปลกกว่าคนทั่วไป ทั้งในเรื่องสไตล์เสื้อผ้า การแต่งตัว รสนิยม และทัศนคติ . บางท่านอาจสงสัยว่า

งานวิจัยเผย : ฝนตกทำให้คนเหงา เป็นเรื่องจริงไม่ได้มโนไปเอง

งานวิจัยเผย : ฝนตกทำให้คนเหงา เป็นเรื่องจริงไม่ได้มโนไปเอง

จากการศึกษาเรื่อง ทำไมฝนตกแล้วต้องเหงา หรือผลกระทบจากสภาพอากาศต่อสภาพจิตใจในเชิงวิทยาศาสตร์และจิตวิทยานั้นพบว่า ในช่วงที่ฝนตก สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่ลดต่ำลง และแสงสว่างที่ลดน้อยลง ซึ่งอธิบายให้เห็นภาพที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของแสงสว่างที่ลดน้อยลงในวันที่ฝนตก เพราะร่างกายของมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ที่คอยกำหนดการทำงานของสมองและร่างกายในแต่ละช่วงของวัน . ซึ่งแสงส่งผลได้อย่างชัดเจน สามารถนึกถึงอารมณ์เวลาที่ตื่นมาในวันที่มีแสงแดดแรง ท้องฟ้าสดใส และไม่ร้อนจนเกินไป กับวันที่ตื่นมาแล้วท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้ม อารมณ์ความรู้สึกในวันนั้นก็แตกต่างกันไม่น้อย ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล เพราะการได้รับแสงแดดที่ไม่เพียงพอหรือน้อยลงในตอนเช้าส่งผลต่อการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ต่อเนื่องไปยังสมอง ทำให้สมองผลิตเซโรโทนิน

งานวิจัยเผย : วัยรุ่นที่มีแฟนเป็นซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่โสด

งานวิจัยเผย : วัยรุ่นที่มีแฟนเป็นซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่โสด

วัยรุ่นวัยใสที่ยังไม่มีแฟนหรือแทบจะไม่ได้ไปออกเดทกับใครเขา มักถูกมองว่าขาดเสน่ห์หรือเข้าสังคมได้ไม่ดีนัก แต่ในขณะที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมวัยรุ่นในสหรัฐฯ เชื่อกันมานานว่า วัยรุ่นที่มีคู่คบหาดูใจจะมีโอกาสพัฒนาทักษะทางสังคมและวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ดีกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน แต่แล้วความเชื่อนี้กำลังจะเปลี่ยนไป . เนื่องจากทีมนักวิจัยด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียของสหรัฐฯ ได้มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร “สุขภาพในโรงเรียน” (Journal of School Health) โดยระบุว่า ผลการติดตามเก็บข้อมูลระยะยาวเป็นเวลา 7 ปีกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียน ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ชี้ว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้คบหาเป็นแฟนกับใครและไม่ค่อยได้ออกเดทนั้น ไม่ได้มีพัฒนาการทางจิตวิทยาตามวัยด้อยไปกว่าเพื่อนที่มีแฟน หนำซ้ำยังมีทักษะทางสังคมที่ดีกว่า และมีภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าด้วย

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน

รู้หรือไม่ ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน . เนื่องจากการสำรวจพฤติกรรมการรับสื่อและทัศนคติต่อการรับชมโฆษณา-แคมเปญการตลาดของผู้บริโภคชาวไทยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทางบริษัท นีลเส็น มีเดีย ประเทศไทย หนึ่งในบริษัทวิจัยสื่อ-การตลาดรายใหญ่ สามารถประมวลเป็นเทรนด์สำคัญที่จะส่งผลกับการสื่อสารและทำการตลาดของภาคธุรกิจในปี 2566 นี้ . พบว่า ผู้บริโภค 85% เชื่อถือโฆษณาในรูปแบบสปอนเซอร์ทีม-การแข่งขัน และ 61% เลือกซื้อสินค้าที่เป็นสปอนเซอร์การแข่งขัน รวมถึง