งานหลักของอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ๆ ก็ไม่ต่างกันคือ วิจัย สอน และบริการทางวิชาการ สัดส่วนการแบ่งงานทั้ง 3 ด้านมีความแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย งานสอนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากจากในอดีต ด้วยเนื้อหาวิชาและองค์ความรู้ต่าง ๆ อยู่ในรูปสื่อดิจิทัลเป็นส่วนใหญ่หรืออยู่ในแหล่งที่สืบค้นได้สะดวก ประกอบกับรูปแบบการเรียนและการใช้ชีวิตของผู้เรียนในยุคดิจิทัลทำให้การสอนแบบที่อาจารย์นำเนื้อหาจากหนังสือมาบรรยายหน้าชั้นเรียนโดยตรงจึงแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว
วันหนึ่ง บ.ก. ได้มีโอกาสดูแลรักษาอาจารย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในธรรมศาสตร์ ท่านกล่าวไว้ประโยคหนึ่งสั้น ๆ แต่กินใจว่า “อาจารย์มหาวิทยาลัยถ้าไม่ทำวิจัยจะเอาอะไรมาสอน” นั่นหมายความว่าอาจารย์ต้องทำการบ้านอย่างหนักในการเตรียมเอกสารคำสอน โดยการสืบค้น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญในการทำงานวิจัย ซึ่งหากทำได้อย่างเป็นระบบและครอบคลุมก็จะได้หัวข้อวิจัยที่มีความทันสมัยน่าสนใจและตอบโจทย์ของสังคม ที่สำคัญเป็นงานวิจัยที่ Original
และเมื่อผ่านการเขียนรายงานอย่างมีมาตรฐานก็สามารถตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่มีคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ บทความวิจัยที่ดีก็ควรปรากฎอยู่ในวารสารที่มีคุณภาพ อยู่ใน Quartile ระดับต้น ๆ หรือมีค่า Impact Factor สูง ๆ ตามแต่ละสาขาวิชา เพื่อให้มีผู้สนใจเข้าไปอ่านและอ้างอิงบทความ (Citation) ได้มาก นี่เป็นศาสตร์และศิลป์ของการสอนและวิจัยที่อาจารย์ต้องทุ่มเท
5 บทในงานวิจัยที่นักศึกษาชอบพลาดที่สุด (และวิธีแก้แบบง่ายแต่ได้ผลจริง)
แม้งานวิจัยจะมีโครงสร้างเหมือนกัน แต่มี 5 บทที่นักศึกษามักทำผิดบ่อยที่สุด ซึ่งทำให้ต้องแก้ซ้ำหลายรอบ บทความนี้สรุปบทที่พลาดง่ายและวิธีแก้แบบไม่ซับซ้อน 1) บทที่ 1 – ความสำคัญของปัญหาไม่ชัดเจน หลายคนเขียนกว้างเกินไป ควรเริ่มจากตัวเลขหรือข้อมูลจริง เช่น สถิติ หรือผลสำรวจ เพื่อให้เห็นภาพว่าปัญหานั้นมีผลกระทบจริง 2) บทที่ 2 – Literature Review ไม่เชื่อมโยงกัน อย่ารวมบทความแบบตัดแปะ


