การจัดการการเรียนการสอนแบบออนไลน์ โดยระบบ E-learning และ Google Classroom

การจัดการการเรียนการสอนแบบออนไลน์ โดยระบบ E-learning และ Google Classroom

โดย อ.ภควดี วรรณพฤกษ์

ระบบ E-learning (Moodle)
ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สำคัญ

อัพโหลดเอกสารประกอบการเรียน (จำกัดขนาดที่ 100 MB/ไฟล์)
เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลและสื่อบนอินเตอร์เนท เช่น คลิปวีดีโอ เว็บเพจ
สร้างแบบทดสอบ
สร้างช่องทางสำหรับส่งงานแบบออนไลน์
สามารถติดตามการใช้งานระบบโดยนักศึกษาได้ เช่น ได้เข้ามาดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียนหรือไม่ ทำแบบทดสอบได้คะแนนเท่าไร
ข้อดี ข้อเสีย
· อัพโหลดและจัดการเอกสารประกอบการเรียนได้ง่าย เมื่อเทียบกับระบบ LSS และมีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์มากกว่า · การสร้างแบบทดสอบซับซ้อนกว่าระบบ Google Classroom เล็กน้อย
· นักศึกษามีความคุ้นเคยกับระบบ E-learning ในระดับหนึ่งแล้ว · อาจแสดงผลไม่ถูกต้องเมื่อใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนและ Tablet pc
· การใช้งานขั้นพื้นฐานไม่ซับซ้อน สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย
· ไม่มีข้อจำกัดเรื่องคอมพิวเตอร์และประเภทของเบราเซอร์ สามารถใช้งานได้ด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่
ระบบ Google Classroom
ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สำคัญ

อัพโหลดเอกสารประกอบการเรียน (ไม่จำกัดขนาดไฟล์)
เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลและสื่อบนอินเตอร์เนท เช่น คลิปวีดีโอ เว็บเพจ
สร้างแบบทดสอบและแบบสอบถาม
สร้างช่องทางสำหรับส่งงานแบบออนไลน์
ใช้งานเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆของ Google เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Draw
ข้อดี ข้อเสีย
· หากใช้งานคู่กับระบบจัดการเอกสารออนไลน์ เช่น Google Doc จะช่วยให้ตรวจสอบความคืบหน้าในการทำงานของนักศึกษาได้ง่ายขึ้น และสามารถให้คำแนะนำได้แบบ realtime · การประมวลผลแบบทดสอบซับซ้อนกว่าของระบบ E-learning
· ใช้งานได้จากสมาร์ทโฟนและ Tablet pc · การใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ต้องการเบราเซอร์รุ่นใหม่ เช่น Chrome หรือ Firefox ที่ใช้ต้องเป็นรุ่นอัพเดทล่าสุด อาจพบปัญหาในการใช้งานผ่าน Internet Explorer
· หน้าตาของระบบสวยงาม ดูน่าใช้ · หน้าตาของระบบที่เน้นความสวยงามอาจทำให้หาปุ่มต่างๆไม่เจอ เพราะส่วนใหญ่จะใช้ไอค่อนสัญลักษณ์แทนคำพูดอธิบาย หากผู้ใช้ไม่มีประสบการณ์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Google มาก่อน อาจพบว่าใช้งานยาก
· ไม่มี Student view

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠 มากกว่าแค่การไม่มีเสียง: เมื่อความสงัดคือปุ่ม “Regenerate” ของเซลล์สมอง ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ตั้งแต่เสียงการจราจรไปจนถึงการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ดังขัดจังหวะเราตลอดวัน สมองของเราต้องทำงานหนักในโหมด “เฝ้าระวัง” แทบจะตลอดเวลา นักประสาทวิทยารุ่นใหม่เริ่มค้นพบหลักฐานที่น่าทึ่งว่า ความเงียบ (Silence) ไม่ใช่แค่สภาวะหยุดพักชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างสมองขึ้นมาใหม่ 🔍 เจาะลึก 4 กลไก: ความเงียบทำหน้าที่อะไรกับสมองเรา?

ทำไมบางเพลงถึงติดอยู่ในหัวเราได้นาน? 🎵🧠

ถอดรหัส Earworm: เมื่อสมอง “เล่นแผ่นซ้ำ” ในสภาวะ Involuntary Musical Imagery (INMI) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอสถานการณ์ที่ท่อนฮุกสั้นๆ ของเพลงโฆษณาหรือเพลงฮิต วนเวียนอยู่ในหัวทั้งวันจนสลัดไม่ออก ปรากฏการณ์นี้ทางจิตวิทยาเรียกว่า Earworm หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Involuntary Musical Imagery (INMI) ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการที่สมองส่วนประมวลผลเสียงทำงานร่วมกับระบบความจำอย่างซับซ้อน 🔍 4 ปัจจัยที่ทำให้เพลง “ฝังตัว”

AI สร้างงานวิจัยได้… แต่สร้าง “ความเข้าใจ” ไม่ได้ 🧠

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้ AI ในงานวิจัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่การสรุปวรรณกรรม (Literature Review) การสร้างแบบสอบถาม ไปจนถึงการวิเคราะห์สถิติที่เสร็จสิ้นในไม่กี่นาที สิ่งเหล่านี้เพิ่ม “ความเร็ว” ในการทำงานอย่างมหาศาล แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้การันตีว่า “คุณภาพของความเข้าใจ” จะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป ข้อจำกัดของการตีความ: AI รู้ว่า “เกิดอะไร” แต่ไม่รู้ว่า “ทำไม” 🔍 ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ใช่ความสามารถในการประมวลผล

การงีบช่วงกลางวัน ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้นจริงหรือไม่? 😴🧠

ไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ: เมื่อการงีบ 20 นาที คือการอัปเกรด “CPU สมอง” ให้พร้อมลุยต่อ ในโลกการทำงานที่เน้นความโปร่งใสและประสิทธิภาพ หลายวัฒนธรรมเคยตราหน้าการงีบกลางวันว่าเป็นสัญญาณของความเฉื่อยชา แต่ทว่างานวิจัยด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) และการนอนหลับในทศวรรษที่ผ่านมากลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม การงีบอย่างถูกจังหวะและถูกวิธีคือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มทั้งสมาธิ ความจำ และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ 🔍 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการงีบ: ทำไมสมองถึงต้องการ “พักยก”? 🔎 📍 1. สอดประสานกับนาฬิกาชีวิต (Circadian