Covid-19 ตอกย้ำความสำคัญ

Covid-19 ตอกย้ำความสำคัญ
ของทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

“การศึกษา” คำนี้อาจจะทำให้ทุกคนนึกถึงการเรียนการสอนรูปแบบเก่า ที่อยู่ในห้องเรียน หรือการเรียนในระบบตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศและสังคมโลก เราจะพาทุกคนมาสำรวจกันว่า การศึกษารูปแบบใหม่ในยุค New Normal นี้มีทิศทางการปรับตัวกันอย่างไรบ้าง
“ระบบการศึกษาทั่วโลก” ใช้ “Educational Technology” มากขึ้น
ปรากฏการณ์หนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนท่ามกลางสถานการณ์ “COVID-19” คือด้านการศึกษา ที่หันมาใช้ระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น เช่น DingTalk Tencent Google Hangout Meet Google Classroom เป็นต้น รวมทั้งยังมีแอปพลิชันเกี่ยวกับการศึกษาต่างๆ มากมาย ซึ่งเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนบทบาทครูผู้สอน จากที่เคยเป็นผู้ชี้นำ ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุน และให้คำแนะนำแก่นักเรียน ช่วยให้การนำเสนอเนื้อหาการเรียนการสอนมีความน่าสนใจขึ้น และช่วยเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสร้างความร่วมมือ ความคิดสร้างสรรค์ ออกจากกรอบของการเรียนรู้ที่จำกัดเฉพาะในห้องเรียนสี่เหลี่ยมดังที่เคยเป็นมา

กล้าทดลอง กล้าเรียนรู้ ปรับตัวรับมือเมื่อโลกพลิกผัน
ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญที่ครูผู้สอนหรือผู้ใหญ่ควรปลูกฝังเด็กคือทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นเพื่อรับมือกับโลกอันพลิกผัน การสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 เน้น 3 องค์ประกอบ คือ Attitude (ทัศนคติ อุปนิสัย) เด็กต้องใฝ่หาความรู้ อดทน รับผิดชอบ กล้าทดลอง กล้าล้มเหลว กล้าผิดพลาด Skill (ทักษะ) ในเชิงวิพากษ์ สื่อสาร ทำงานเป็นทีม และ Knowledge (ความรู้) พื้นฐาน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน โดยทักษะเหล่านี้สามารถฝึกได้โดยการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการเล่น เช่น เรียนรู้จากงานศิลปะ การทดลอง และกิจกรรมนอกเวลาต่างๆ ซึ่งจะทำให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง เอาตัวรอดได้แม้ต้องเผชิญกับยุคสมัยแห่งความเปลี่ยนแปลงเช่นในวิกฤตโควิด-19

ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นี้เอง ความท้าทายของสถาบันการศึกษาจึงเป็นเรื่องการปรับตัวของระบบการศึกษา ให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในอนาคต และต้องมีโครงสร้างการเรียนการสอนแบบชัดเจนเช่นการเรียนการสอนแบบ Active learning ที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ หรือการเรียนแบบข้ามศาสตร์เพิ่มขึ้น เช่น เรียนเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องหลัก แต่ก็มีความรู้เรื่องดิจิทัล การเงิน ไปด้วย เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะได้อย่างรอบด้านและหลากหลาย อันจะส่งผลต่อการทำงานที่จะประกอบอาชีพในอนาคต แน่นอนว่า องค์กรก็คงต้องให้ความสำคัญกับการจ้างงานสำหรับบุคคลที่มี Skill หลากหลายด้าน มีกรอบความคิดที่เป็น Task based ที่ครบเครื่องมากกว่าใคร อันจะทำให้องค์กร ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
สุขภาพจิต สุขภาพกายที่ดี หัวใจสำคัญของการเรียนรู้
การดูแลตัวเอง และคนในครอบครัวให้มีสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญสูงสุดในภาวะเช่นนี้ เพราะการเรียนรู้ที่ดีย่อมเกิดจากกายและใจที่แจ่มใส ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เมื่อผู้เรียนพร้อม การเรียนก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเรื่องยากอีกต่อไป
ที่มา
http://www3.weforum.org/docs/WEF_New_Vision_for_Education.pdf
https://tdri.or.th/2020/05/desirable-new-normal-for-thailand-education/

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

ขอคำปรึกษา

Tag : การทำ is จ้างทำ is จ้างทำวิจัย จ้างทำวิทยานิพนธ์ จ้างทํางานวิจัย จ้างทําวิจัย ป.ตรี ราคา จ้างทําวิจัยราคา จ้างทําวิจัยราคาประหยัด จ้างทําวิจัย ราคาเท่าไหร่ จ้างทําวิทยานิพนธ์ จ้างทําวิทยานิพนธ์ราคา จ้างวิจัย ทําวิทยานิพนธ์ ทำงานวิจัย ทำงานวิทยานิพนธ์ บริการรับทำวิจัย รับจัดหน้าวิทยานิพนธ์ รับจ้างทำ is รับจ้างทํางานวิจัย ราคาถูก รับจ้างทํารายงาน รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ รับจ้างทําวิทยานิพนธ์ ราคาถูก รับจ้างเขียนรายงาน รับทำ is รับทำ powerpoint รับทำ spss รับทำ thesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิจัยราคาถูก รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำแบบสอบถาม รับทำโปรเจคจบ รับทํา thesis รับทํางานวิจัย รับทําปริญญานิพนธ์ รับทํารายงาน รับทําวิจัย ป.ตรี รับทําวิทยานิพนธ์ รับทําวิทยานิพนธ์ ป.โท รับทําวิทยานิพนธ์ ราคา รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทํา สารนิพนธ์ รับแปลงานวิจัย ราคารับทำวิทยานิพนธ์ วิจัย

Table of Contents

On Key

Related Posts

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠

งานวิจัยพบว่า “ความเงียบ” ช่วยให้สมองฟื้นตัวได้จริง 🤫🧠 มากกว่าแค่การไม่มีเสียง: เมื่อความสงัดคือปุ่ม “Regenerate” ของเซลล์สมอง ในโลกที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) ตั้งแต่เสียงการจราจรไปจนถึงการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่ดังขัดจังหวะเราตลอดวัน สมองของเราต้องทำงานหนักในโหมด “เฝ้าระวัง” แทบจะตลอดเวลา นักประสาทวิทยารุ่นใหม่เริ่มค้นพบหลักฐานที่น่าทึ่งว่า ความเงียบ (Silence) ไม่ใช่แค่สภาวะหยุดพักชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างสมองขึ้นมาใหม่ 🔍 เจาะลึก 4 กลไก: ความเงียบทำหน้าที่อะไรกับสมองเรา?

ทำไมบางเพลงถึงติดอยู่ในหัวเราได้นาน? 🎵🧠

ถอดรหัส Earworm: เมื่อสมอง “เล่นแผ่นซ้ำ” ในสภาวะ Involuntary Musical Imagery (INMI) เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอสถานการณ์ที่ท่อนฮุกสั้นๆ ของเพลงโฆษณาหรือเพลงฮิต วนเวียนอยู่ในหัวทั้งวันจนสลัดไม่ออก ปรากฏการณ์นี้ทางจิตวิทยาเรียกว่า Earworm หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Involuntary Musical Imagery (INMI) ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นกระบวนการที่สมองส่วนประมวลผลเสียงทำงานร่วมกับระบบความจำอย่างซับซ้อน 🔍 4 ปัจจัยที่ทำให้เพลง “ฝังตัว”

AI สร้างงานวิจัยได้… แต่สร้าง “ความเข้าใจ” ไม่ได้ 🧠

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้ AI ในงานวิจัยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่การสรุปวรรณกรรม (Literature Review) การสร้างแบบสอบถาม ไปจนถึงการวิเคราะห์สถิติที่เสร็จสิ้นในไม่กี่นาที สิ่งเหล่านี้เพิ่ม “ความเร็ว” ในการทำงานอย่างมหาศาล แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้การันตีว่า “คุณภาพของความเข้าใจ” จะเพิ่มขึ้นตามเสมอไป ข้อจำกัดของการตีความ: AI รู้ว่า “เกิดอะไร” แต่ไม่รู้ว่า “ทำไม” 🔍 ปัญหาสำคัญของ AI ไม่ใช่ความสามารถในการประมวลผล

การงีบช่วงกลางวัน ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้นจริงหรือไม่? 😴🧠

ไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ: เมื่อการงีบ 20 นาที คือการอัปเกรด “CPU สมอง” ให้พร้อมลุยต่อ ในโลกการทำงานที่เน้นความโปร่งใสและประสิทธิภาพ หลายวัฒนธรรมเคยตราหน้าการงีบกลางวันว่าเป็นสัญญาณของความเฉื่อยชา แต่ทว่างานวิจัยด้านประสาทวิทยา (Neuroscience) และการนอนหลับในทศวรรษที่ผ่านมากลับชี้ไปในทางตรงกันข้าม การงีบอย่างถูกจังหวะและถูกวิธีคือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มทั้งสมาธิ ความจำ และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ 🔍 วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการงีบ: ทำไมสมองถึงต้องการ “พักยก”? 🔎 📍 1. สอดประสานกับนาฬิกาชีวิต (Circadian